[Highlight คุณหมอ ขอดูแล] ติดเชื้อ HIV ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด 30 มิ.ย. 63 | เอดส์ สาย พันธุ์ ใหม่

[Highlight คุณหมอ ขอดูแล] ติดเชื้อ HIV ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด 30 มิ.ย. 63


นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูความรู้เพิ่มเติมที่นี่

คุณหมอขอดูแล \”เข้าใจHIV ยุคโควิด19\” โดย นพ.ธนัตถ์ ชินบัญชร
ดูคลิปแบบเต็มได้ที่ https://youtu.be/Eyh_zR9pTMw
ดูพร้อมกันที่ Greenwave fanpage และ www.youtube.com/atimeonline
ทุกวันอังคาร เวลา 19.00 19.30 น.
คุณหมอขอดูแล ดูแล้วชีวิตดี๊ดี GreenWave1065

[Highlight คุณหมอ ขอดูแล] ติดเชื้อ HIV ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด 30 มิ.ย. 63

ใครฆ่า HIV (EP6) : APCOcap จัดการกับ HIV ได้อย่างดีตามแนวทางของ WHO


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
คลิก = https://www.apcocaps.com/apcoliv/
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญฟรี = https://lin.ee/6wbGqvQ
==================
โรคเอดส์ เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส ที่เรียกว่า HIV ซึ่งไวรัสชนิดนี้จะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของผู้ติดเชื้อทำงานบกพร่อง
ในปัจจุบันยังไม่มีทางรักษาให้หายขาด ทำได้เพียงควบคุมอาการและรักษาแบบประคอง จึงทำให้โรคเอดส์ เป็นโรคที่ใครๆ ต่างกลัว เพราะคิดว่าเป็นแล้วต้องเสียชีวิต
แต่จริงๆ แล้วมีหนทางประคับประคองให้ผู้ติดเชื้อสามารถมีชีวิตยืนยาวได้นานนับสิบปี วันนี้เราจึงนำความรู้เกี่ยวกับโรคเอดส์มาฝาก เพื่อที่เราจะได้ทำความรู้จักโรคเอดส์อย่างลึกซึ้ง และวางแผนป้องกันโรคเอดส์ได้อย่างถูกต้อง
ความหมายของโรคเอดส์
โรคเอดส์ คือ อาการของโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง (Acquired Immune Deficiency Syndrome: AIDS) โดยเกิดจากเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า \”ฮิวแมนอิมมิวโนเดฟีเชียนซีไวรัส (Human Immunodeficiency Virus: HIV)\” หรือเรียกง่ายๆ ว่า \”เชื้อไวรัสเอชไอวี (HIV)\”
เมื่อเชื้อเอชไอวีเข้าสู่ร่างกาย จะเข้าไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาว ซึ่งทำหน้าที่กำจัดสิ่งแปลกปลอมหรือเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกาย เมื่อเซลล์เม็ดเลือดขาวถูกทำลายมากขึ้น จึงทำให้ผู้ป่วยมีภูมิคุ้มกันต่ำลง จนในที่สุด ร่างกายไม่มีสามารถต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ ที่เข้าสู่ร่างกายได้
หลังจากนั้น ร่างกายของผู้ป่วยจะสามารถติดเชื้อได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้เป็นโรคติดเชื้ออื่นๆ ตามมา เช่น วัณโรค ปอดบวม เชื้อรา โดยส่วนมากผู้ป่วยโรคเอดส์มักเสียชีวิตจากโรคแทรกซ้อนต่างๆ
สายพันธุ์ของโรคเอดส์
เชื้อไวรัสเอชไอวีถูกค้นพบครั้งแรกที่ประเทศแถบแอฟริกา โดยถูกค้นพบมานานกว่า 70 ปีแล้ว และในปัจจุบัน เชื้อไวรัสเอชไอวีนั้นมีหลายสายพันธุ์มาก
ปัจจุบันค้นพบมากกว่า 10 สายพันธุ์ กระจายอยู่ทั่วโลก แต่สายพันธุ์ดั้งเดิม คือ เอชไอวี 1 (HIV1) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่แพร่ระบาดอยู่ในยุโรป แอฟริกากลาง และสหรัฐอเมริกา ส่วนเอชไอวี 2 (HIV2) แพร่ระบาดในแถบแอฟริกาตะวันตก
สายพันธุ์เอชไอวีที่พบมากที่สุดในโลกคือ สายพันธุ์ซี โดยมีมากถึง 40% สำหรับพื้นที่ที่พบ คือ ทวีปแอฟริกา อินเดีย จีน และพม่า
ส่วนในประเทศไทยนั้นพบเชื้อเอชไอวี 2 สายพันธุ์ คือ สายพันธุ์เออี (A/E) หรือ (E) พบได้มากถึง 95% โดยแพร่ระบาดจากการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างชายกับหญิง และสายพันธุ์บี (B) มักเกิดการแพร่ระบาดในกลุ่มคนรักร่วมเพศ หรือผู้ที่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน (ในกลุ่มผู้ใช้สารเสพติด)
สำหรับสายพันธุ์ที่ไม่เคยพบในประเทศไทย คือ สายพันธุ์ซี แต่มีการพบสายพันธุ์ระหว่าง อีซี ที่เป็นลูกผสมระหว่างสายพันธุ์อีในประเทศไทยกับสายพันธุ์ซี ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกา
เมื่อไม่นานมานี้ได้ค้นพบเชื้อเอชไอวีสายพันธุ์ใหม่ ที่ไม่เคยตรวจพบที่ใดในโลกมาก่อน เป็นการผสมระหว่าง 3 สายพันธุ์ คือ เอ อี และจี เรียกว่า \”เอ อี จี (AE/G)\”
การติดต่อของโรคเอดส์มี 3 ทางดังนี้
เชื้อ HIV จะอาศัยอยู่ได้ทั้งในเลือด สารคัดหลั่งในช่องคลอด และอสุจิ จึงทำให้สามารถติดต่อกันได้ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้
1. การมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่มีเชื้อเอชไอวี
การมีเพศสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อเอชไอวีเป็นสาเหตุหลักของการติดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็นการมีเพศสัมพันธ์กับเพศใดก็ตาม ทั้งนี้จากข้อมูลของทางกองระบาดวิทยาระบุว่า 83% ของผู้ติดเชื้อเอชไอวีนั้น ได้รับเชื้อมาจากการมีเพศสัมพันธ์ทั้งสิ้น
2. การรับเชื้อทางเลือด
การติดเชื้อเอชไอวีพบได้ใน 2 กรณี คือ
ใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน: หรือแม้แต่การใช้กระบอกฉีดยาร่วมกับผู้ติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งพบบ่อยในกลุ่มผู้เสพสารเสพติด หรือฉีดยาเข้าเส้น
รับเลือดมาจากการผ่าตัด: หรือเพื่อรักษาโรคเลือดบางชนิด ในอดีตมีการติดเชื้อเอชไอวีจากช่องทางนี้ค่อนข้างมาก เพราะยังไม่มีการตรวจเลือดที่ละเอียดนัก แต่ปัจจุบันได้มีการนำเลือดที่รับบริจาคไปหาตรวจหาเชื้อก่อนทุกครั้ง ทำให้อัตราการติดเชื้อจากการรับเลือดลดลงอย่างมาก
3. การติดต่อผ่านแม่สู่ลูก
เกิดจากแม่ที่มีเชื้อเอชไอวีอยู่แล้วตั้งครรภ์ โดยเชื้อเอชไอวีจะถ่ายทอดสู่ลูกขณะคลอด
แต่ปัจจุบันได้ค้นพบวิธีการป้องกันการแพร่เชื้อจากแม่สู่ลูกได้สำเร็จแล้ว โดยวิธีการรับประทานยาต้านไวรัสในช่วงตั้งครรภ์ จะช่วยลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อของทารกลงได้
นอกจากนี้ เชื้อเอชไอวียังสามารถติดต่อได้อีกหลายวิธี แต่ก็มีโอกาสน้อยมาก เช่น การเจาะหูโดยการใช้เข็มร่วมกับผู้ติดเชื้อ หรือแม้แต่การสัก ไม่ว่าจะเป็นการสักผิวหนัง สักคิ้ว นอกจากเลือดแล้ว
เชื้อเอชไอวียังสามารถติดต่อกันผ่านทางน้ำเหลืองได้ด้วย โดยอาจติดเชื้อจากการที่บาดแผลของเราสัมผัสกับบาดแผลของผู้ติดเชื้อ แต่ก็นับว่ามีโอกาสต่ำมาก โดยจะติดเชื้อได้ก็ต่อเมื่อเป็นแผลเปิด แผลสด และมีเลือดหรือน้ำเหลืองที่มีเชื้อไหลเข้าไปเป็นจำนวนมากเท่านั้น
==================
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
คลิก = https://www.apcocaps.com/apcoliv/
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญฟรี = https://lin.ee/6wbGqvQ

See also  Facebook อัพเดตดีไซน์ใหม่ ได้กันรึยัง | สอนใช้ iPhone ง่ายนิดเดียว | เฟสบุ๊คใหม่

ใครฆ่า HIV (EP6) : APCOcap จัดการกับ HIV ได้อย่างดีตามแนวทางของ WHO

RAMA Square – โภชนาการอาหารผู้ป่วยติดเชื้อ HIV 04/08/63 l RAMA CHANNEL


Break 1 you are what you eat
โภชนาการอาหารผู้ป่วยติดเชื้อ HIV
ramasquare ปัญหาโภชนา เชื้อHIV โภชนาการ กินอย่างไรได้อย่างนั้น
ติดตามชมรายการ Rama Square ได้ทุกวันจันทร์ ศุกร์ เวลา 11.0012.00 น. ทาง True Visions42 และ YouTube Rama Channel
——————————————————
ติดตามชมรายการต่าง ๆ ของรามาแชนแนลได้ทาง
Facebook: Rama Channel
YouTube: Rama Channel TV
Website: RamaChannel.tv
True Visions 42
True ID Mobile Application

See also  วิธีแก้หน้าฟีดเฟสบุ๊คใช้งานไม่ได้ เฟสเลื่อนดูหน้าฟีดไม่ได้ หรือ เฟสบุ๊คมีปัญหา | เฟส ดู วีดีโอ ไม่ ได้

RAMA Square - โภชนาการอาหารผู้ป่วยติดเชื้อ HIV  04/08/63 l RAMA CHANNEL

ชัวร์ก่อนแชร์ : Disease X ไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ร้ายแรงกว่าโควิด-19 จริงหรือ ?


บนสังคมออนไลน์มีการแชร์เกี่ยวกับ Disease X ว่าเป็นไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ร้ายแรงและแพร่เชื้อเร็วกว่าโควิด19 เรื่องนี้จริงหรือไม่ ติดตามกับ คุณพีรพล อนุตรโสตถิ์ จากศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์
🎯 ตรวจสอบกับ ผศ.ดร.นพ.ปกรัฐ หังสสูต
อาจารย์ประจำหน่วยไวรัสวิทยา ภาควิชาจุลชีววิทยา
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
🔎 ตรวจสอบข้อเท็จจริง โดย ณัฐวัฒน์ จิตรมั่น และ ณัฐี วัฒนกูล

📌 สรุป : ❌ไม่ควรแชร์ต่อ ❌
Q : ที่เขาแชร์กันว่า Disease X เป็นไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ร้ายแรงโควิด19 นี่จริงไหม ?
A : มันเป็นโรคสมมติขึ้น ไม่ใช่โรคจริง

Q : แต่ข่าวที่เขาแชร์กันนี่มันดูอันตรายมากเลย ?
A : ตรงที่คนตื่นเต้นกันก็เพราะว่า คุณหมอที่คองโกเจอคนไข้รายหนึ่ง
ซึ่งอาการคล้าย ๆ โรคไข้เลือดออก
ในระแวกที่มีการระบาดของอีโบลา ซึ่งเป็นไข้เลือดออกเหมือนกัน
เอาผลไปตรวจในแลปนะครับ ก็พบว่ากลับมาผลลบ
ก็แสดงว่าไม่ใช่อีโบลา น่าจะเป็นอย่างอื่น
เขาก็เลยมีคนไปถามว่ามันเป็นโรคอื่นได้ไหม
คุณหมอท่านนั้นก็เลยตอบว่า ต้องระวังนะมันอาจจะเป็นโรคอื่นได้
แล้วก็พูดไปถึงเรื่อง Disease X
ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ได้แปลว่าคนไข้คนนั้นเป็น Disease X
Q : แล้ว Disease X คืออะไร ?
A : โรค X หรือ Disease X เนี่ยไม่ใช่โรคจริง มันเป็นโรคสมมติขึ้น
มีคณะกรรมการขององค์การอนามัยโลกนะครับ เมื่อ 23 ปี ที่แล้ว
ได้ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อจะดูว่าจำนวนโรคอะไรที่เกิดขึ้นในอนาคตได้บ้าง
ก็ตั้งชื่อมันว่า Disease X
มันมาจากคำว่า Unexpected เป็นโรคที่ไม่ได้คาดคิด
Q : ดังนั้น Disease X จึงเป็นการคาดการณ์โรคที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตเท่านั้น ?
A : มันจะเป็นโรคอะไรก็ได้
โรคนั้นเนี่ยพอมันเป็นโรคจริงแล้ว
ก็คงไม่ได้ชื่อ โรค X หรือ Disease X หรอก
เพียงแต่ว่าอันนี้เป็นการสมมติขึ้นว่า
ถ้ามีโรคแบบนี้เกิดขึ้น โลกจะเตรียมพร้อมยังไง
ทำยังไงถึงจะป้องกันไม่ให้โรคแบบนี้เกิดขึ้น
เรามีข้อมูลอยู่บ้างพอสมควรในปัจจุบันว่าอาจจะมีโรคอะไรระบาด
ยกตัวอย่างเช่น ไวรัสโคโรนาที่เรารู้จักปัจจุบัน
ก็เคยมีคนคิดเหมือนกันว่ามันจะมีการระบาดใหญ่
เพราะว่าในอดีตเราเคยมีซาร์ส เมอร์ส ซึ่งเป็นไวรัสโคโรนาเหมือนกัน
แล้วในอนาคตมันก็จะมีได้
หรืออย่างไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดนก ซึ่งเป็นไวรัสเดียวกัน
มันก็มีโอกาสที่จะระบาดใหญ่อีกเช่นเดียวกัน
หรือยังมีโรคอื่นอีกหลายชนิดเลย
โรคพวกนี้เป็น Disease X ทั้งสิ้น
นั่นเป็นแค่โรคสมมติ มันไม่ใช่โรคจริง
Q : แล้วโรคแบบไหนที่จะถือว่าเป็น Disease X ?
A : ก็มันมีเกณฑ์คร่าว ๆ
ก็คือมีเกณฑ์ซึ่งเป็นโรคระบาด
แล้วก็โรคระบาดที่ไม่เคยเจอมาก่อน
ที่เขาเรียกว่าเป็น Emerging Infectious Diseases (โรคติดเชื้ออุบัติใหม่)
แล้วก็เป็นโรคซึ่งแพร่ได้เร็ว มีอัตราการตายค่อนข้างสูง
คำว่าสูงนี่มันก็เป็นเชิงนามธรรม ไม่รู้ว่ามันเอาเท่าไหร่เรียกว่าสูง
Q : Disease X เกิดจากอะไร ?
A : สำหรับผมผมคิดว่าน่าจะเกิดจากการซึ่งไวรัสหรือว่าเชื้อโรค
มันกระโดดมาจากสัตว์สายพันธุ์อื่น
ทำไมถึงเป็นแบบนั้นเพราะว่า จะเห็นว่าในอดีตที่มีโรคระบาดร้ายแรง
แล้วเราตกใจกลัวกัน ส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นโรคที่มาจากสัตว์ชนิดอื่นทั้งสิ้น
สมัยก่อนป่าอยู่ส่วนป่า คนอยู่ส่วนคนใช่ไหม
ปัจจุบันเนี่ยเราเข้าไปรุกป่ามากขึ้น
ในขณะเดียวกันก็ทำให้ขอบเขตของความเป็นป่า
และขอบเขตของความเป็นเมืองของมนุษย์มันติดกันมากขึ้น
ไวรัสพวกนี้เนี่ยบางครั้งมันเจริญในสัตว์มันไม่ก่อโรคหรอก
แต่ว่าพอมันมาเจริญในคนมันเกิดโรคขึ้น
Q : อย่างนี้ถ้าได้ข่าวเกี่ยวกับ Disease X ก็ต้องกลัวไว้ก่อนไหม ?
A : ไม่ต้องตกใจ
ตอนผมอ่านข่าวนี้ครั้งแรกผมก็คิดแล้วว่า
เดี๋ยวต้องมีการตื่นตกใจแน่นอน
แล้วยิ่งคนพูดแล้วก็เสริมนิด ๆ หน่อย ๆ
มันเลยไปกันใหญ่ว่าขณะนี้มีอีกโรคนึง เป็น Disease X เกิดขึ้นในโลก
ซึ่งยังไม่มี
Q : คำแนะนำ ?
A : การได้รับข่าวสารต่าง ๆ
สิ่งที่สำคัญคือการแยกข้อเท็จจริงกับข้อคิดเห็นให้ออก
ต้องไปอ่านแล้วต้องแยกให้ได้ว่าอันไหนคือข้อมูล
อันไหนคือความคิดเห็น
ถ้าเราสามารถแยกข้อมูลที่เป็นข่าวจริงเกิดขึ้นได้
ยกตัวอย่างเช่นในกรณีนี้ข้อมูลที่เป็นข่าวคือ
มีคนป่วยคล้าย ๆ อีโบลา หรือคล้าย ๆ ไข้เลือดออก
แต่ไม่รู้ว่าเป็นอะไร อันนี้เป็นข่าวที่ 1
ข้อที่ 2 ก็คือว่าคนให้สัมภาษณ์คือคนที่เคยเจอเชื้ออีโบลา
ข้อที่ 3 เขาไปพูดถึง Disease X ซึ่งเป็นโรคสมมติที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง
เป็นตุ๊กตาอันนึงขององค์การอนามัยโลก เป็นเรื่องของความคิดเห็น
เพราะฉะนั้นถ้าเกิดเราแยกได้ว่ามันข้อเท็จจริง กับความคิดเห็น
เราก็จะไม่ตื่นตกใจ
Q : ดังนั้นสรุปแล้ว เรื่อง Disease X ที่เขาแชร์กันนี้เป็นยังไง ?
A : มันอาจเกิดขึ้นจริงในอนาคต แต่ไม่ใช่ปัจจุบัน
มันเป็นสถานการณ์สมมติ
อย่างท่ีผมบอกตอนแรกว่า Disease X เป็นเรื่องที่องค์การอนามัยโลก
พูดได้ว่ามันอาจจะเกิดขึ้น เป็นไวรัสที่อันตรายร้ายแรง และแพร่ได้ง่ายกว่า
หรือเผลอ ๆ จะง่ายกว่าโควิด19
แต่ตอนนี้ไม่มี Disease X เกิดขึ้น ข้อมูลนี้อาจจะคาดเคลื่อน

See also  สอนกดแชร์ยังไงให้ขึ้น ผู้แชร์ เพื่อเปิดสาธารณะให้ยอดกดไลท์เยอะๆ ดูคลิปนี้จบ | เปิดแชร์ facebook

👉 การรับข่าวสารต่าง ๆ อย่างมีสติ
และอ่านรายละเอียดให้ครบถ้วน
จะช่วยลดความเข้าใจผิดและความตื่นตระหนกได้
ชัวร์ก่อนแชร์ sureandshare

🎯 หากได้รับอะไรมา อย่าเพิ่งแชร์ต่อ ส่งมาตรวจสอบกับ \”ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์\” 🎯
LINE :: @SureAndShare หรือคลิก http://line.me/ti/p/%40sureandshare
FB :: https://www.facebook.com/SureAndShare
Twitter :: https://www.twitter.com/SureAndShare
IG :: https://instagram.com/SureAndShare
Website :: https://www.ชัวร์ก่อนแชร์.com
TikTok :: https://www.tiktok.com/@sureandshare

ชัวร์ก่อนแชร์ : Disease X ไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ร้ายแรงกว่าโควิด-19 จริงหรือ ?

เฝ้าระวังไข้หวัดหมู ไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ในจีน | คลิป MU [Mahidol Channel]


จากข่าว “ไข้หวัดหมู” ระบาดในประเทศจีน ทำให้ประชาชนคนไทยเกิดข้อสงสัยต่าง ๆ มากมาย วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ “ไข้หวัดหมู” โรคทางระบบทางเดินหายใจที่มีต้นกำเนิดโรคที่เกิดจากหมูที่ติดเชื้อไวรัส แล้วแพร่ระบาดสู่คน เพื่อเตรียมตัวเฝ้าระวังโรคระบาดที่อาจจะเกิดขึ้นว่า โรคไข้หวัดหมู คืออะไร กินหมูที่เป็นโรคจะสามารถติดไข้หวัดหมูได้หรือไม่ และไข้หวัดหมูสามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนเกิดขึ้นได้อย่างไร ตลอดจนวิธีการรักษา และการป้องกัน กับ ศ.ดร.นพ.ประเสริฐ เอื้อวรากุล อาจารย์ประจำภาควิชาจุลชีววิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล
ไข้หวัดหมู คลิปMU Mahidol Channel
––––––––––––––––––––
ติดตามช่องทางใหม่ของ Mahidol Channel
ผ่าน LINE Official Account ได้แล้ววันนี้!
เพียงกดที่ลิงค์ https://lin.ee/d4KkmOg
หรือกดเพิ่มเพื่อน แล้วพิมพ์ @mahidolchannel ที่ช่องค้นหา
––––––––––––––––––––
ช่อง YouTube | Mahidol Channel : http://www.youtube.com/mahidolchannel
Facebook | http://www.facebook.com/mahidolchannel
Mahidol University มหาวิทยาลัยมหิดล | https://www.mahidol.ac.th/th
Website | https://channel.mahidol.ac.th/
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล | http://www.si.mahidol.ac.th/th/

เฝ้าระวังไข้หวัดหมู ไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ในจีน | คลิป MU [Mahidol Channel]

นอกจากการดูหัวข้อนี้แล้ว คุณยังสามารถเข้าถึงบทวิจารณ์ดีๆ อื่นๆ อีกมากมายได้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่Tips

Leave a Comment