ทำไม? เป็นไข้ อาจเกิดจากสาเหตุนี้ ห้ามพลาด | Fever | พี่ปลา Healthy Fish | อาการไข้ขึ้นๆลงๆ

ทำไม? เป็นไข้ อาจเกิดจากสาเหตุนี้ ห้ามพลาด | Fever | พี่ปลา Healthy Fish


นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

ไข้ หรือ อาการตัวร้อน Fever, Pyrexia, Cold หมายถึงอุณหภูมิที่สูงเกินอุณหภูมิร่างกายที่ 37.5 องศาเซลเซียส ไข้เป็นการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันของร่างกายที่พยายามต่อต้านการติดเชื้อแบคทีเรีย หรือไวรัส โดยทั่วไป ถ้าอุณหภูมิร่างกายสูงมากกว่า 37.5 องศาเซลเซียส ถือว่าเรากำลังเป็นไข้
1 ถ้าอุณหภูมิร่างกายสูงไม่เกิน 38 องศาเซลเซียส จะเรียกว่า ไข้ต่ำ
2ถ้าสูงเกิน 38 องศาเซลเซียส ถือว่ามี ไข้สูง
3 ถ้าเกิน 41.5 องศาเซลเซียส จะถือว่ามี ไข้สูงอย่างรุนแรง ควรรีบพบแพทย์ เพื่อป้องกันการเสียชีวิตตามมา
วิธีดูแลตนเองเมื่อเป็นไข้ ตัวร้อน
1 ดื่มน้ำอุ่นมาก ๆ ไม่ร้อน ไม่เย็น เพื่อช่วยให้อุณหภูมิร่างกายเย็นลง
2 พักผ่อนให้เพียงพอ ข้อนี้สำคัญสุด โดยเฉพาะช่วงที่มีไข้ ควรนอนพักผ่อนให้มากที่สุด
3 อาบน้ำอุ่น หรือ หมั่นเช็ดตัวบ่อย ๆ ด้วยการใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเล็กน้อย หรือ น้ำอุณหภูมิห้อง แล้วถูตัวแรง ๆ เพื่อกระตุ้นให้เส้นเลือดบริเวณผิวหนังขยายตัว นำเลือดมาระบายความร้อนออกที่ผิวได้มากขึ้น
4 กินอาหารอ่อน และย่อยง่าย เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม กล้วยน้ำว้า เป็นต้น
5 ใส่หน้ากากอนามัย เมื่อต้องออกไปข้างนอก และควรหลีกเลี่ยงสถานที่ที่อากาศไม่ปลอดโปร่ง เช่น ในห้างสรรพสินค้า ย่านชุมชน รถเยอะ เป็นต้น
6 ถ้ามีอาการคัดจมูกร่วมด้วย ให้ซื้อยาดมสมุนไพร ที่มีกลิ่นหอมเย็น เพื่อสูดดมให้หายใจได้ง่าย และโล่งจมูกขึ้น
7 ควรรีบไปพบแพทย์ เมื่อมีไข้สูง หรือ ไข้ไม่ลดลงภายใน 23 วัน และควรพบแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง ถ้าไข้สูงเกิน 40.5 องศาเซลเซียส มีอาการอาเจียน ผื่นขึ้น ปวดศีรษะมาก เป็นต้น
ไข้ ลดไข้ พี่ปลาHealthyFish
สนใจติดต่องานได้ที่
อีเมล์ MaManoi07021962@gmail.com
เบอร์โทรติดต่องาน 0809649234

ทำไม? เป็นไข้ อาจเกิดจากสาเหตุนี้ ห้ามพลาด | Fever | พี่ปลา  Healthy Fish

EP115 : 9 อาการที่ อาจไม่ใช่แค่ไข้หวัดธรรมดา


หมั่นเช็คร่างกายตัวเอง❗️ ดูแลสุขภาพกันด้วยนะครับ 😍😍😍
เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวท่านเอง 😉😉😉

EP115 : 9 อาการที่ อาจไม่ใช่แค่ไข้หวัดธรรมดา

ลูกมีไข้ ตัวร้อน มีน้ำมูก ไม่สบาย ต้องดูแลอย่างไร อาการไข้ที่ควรไปโรงพยาบาล ลูกมีไข้สูง ลูกมีเสมหะ


สมัครเป็นสมาชิกของช่องนี้เพื่อเข้าถึงสิทธิพิเศษต่างๆ
https://www.youtube.com/channel/UCox…
คลิปล้างจมูก
https://youtu.be/bRT68kZ6ppc
คลิปเช็ดตัวลดไข้
https://www.youtube.com/watch?v=IxMz_SJHSsg
ช่องพี่กัลนมแม่ เปิดขึ้นเพื่อให้คำปรึกษาการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ แก้ไขปัญหานมแม่ ให้แม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างมีความสุข โดยพยาบาลผู้เชี่ยวชาญด้านนมแม่ แม่ผู้มีประสบการณ์เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และลูกแพ้อาหาร
ปรึกษาปัญหาได้ที่ เพจ fb.me/pekannommae
ชมคลิปใหม่ได้ที่ https://bit.ly/2TsCPAi

ลูกมีไข้ ตัวร้อน มีน้ำมูก ไม่สบาย ต้องดูแลอย่างไร อาการไข้ที่ควรไปโรงพยาบาล ลูกมีไข้สูง ลูกมีเสมหะ

โรค Covid-19 กับ ไข้หวัดธรรมดา (ต่างกันอย่างไร)


ไวรัส Covid19 กับ ไข้หวัดธรรมดา ต่างกันอย่างไร ซึ่ง โคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือที่เรียกกันในชื่อของ ไวรัส Covid19 นั้นนะครับ ถือว่าเป็นเชื้อโรคที่ถูกค้นพบใหม่ได้ไม่นาน ซึ่งตอนแรกๆ มีการเริ่มระบาดที่เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน และภายในเวลาอันรวดเร็วก็ระบาดไปยังประเทศต่างๆ ไม่เว้นแม้กระทั่งที่ประเทศไทยของเรา โดยอาการของผู้ป่วยนั้นถือได้ว่ามีความใกล้เคียงกับไข้หวัดธรรมดา จึงส่งผลให้ คนมากมายซึ่งมีอาการเจ็บป่วย มีไข้ ไอ เจ็บคอ ก็จะมีความกังวล และสับสนไม่แน่ใจว่า ตัวเองกำลังเป็นไข้หวัดธรรมดา หรือติดเชื้อไวรัส Covid19 กันแน่
ดังนั้นมาดูกันว่าระหว่างไข้หวัดธรรมดา และไวรัส Covid19 นั้นมีความแตกต่างกันยังไง โดยไข้หวัดธรรมดานั้นเกิดจากเชื้อไวรัสไรโนไวรัส ซึ่งจะทำให้มีอาการทางจมูก และก็พบบ่อยในเด็ก สำหรับไข้หวัดที่เกิดจากไวรัสโคโรน่านั้นจะมีความรุนแรงมากกว่า ซึ่งไวรัสโคโรน่าที่ติดต่อในมนุษย์นั้นมีอยู่ 6 สายพันธุ์ และสำหรับโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือที่เราเรียกว่า Covid19 นั้น เป็นสายพันธุ์ใหม่ที่เพิ่งค้นพบคือ สายพันธุ์ที่ 7 โดยจะทำให้มีอาการปอดอักเสบรุนแรง โดยมีรายงานว่าโรคระบาดปอดอักเสบที่เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน เกิดจากไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ หรือ Covid19 นี่เอง
ตอนนี้เรามาดูอาการกันบ้าง ว่าระหว่างไข้หวัดธรรมดากับ อาการของโรค Covid19 นั้นมีอาการแตกต่างกันอย่างไร
โดยเริ่มจากไข้หวัดธรรมดากันก่อนนะครับ คือ จะมีไข้ต่ำๆ มีน้ำมูกไหล มีไอ จาม และเจ็บคอ แต่สำหรับอาการของ Covid19 หรือโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 นั้น จะมีอาการที่คล้ายๆ กันนะครับ ก็คือ มีไข้ น้ำมูกไหล เจ็บคอ และไอ แต่ที่ไปกว่านั้นก็คือ มีเสมหะ ซึ่งบางทีเสมหะอาจจะมีเลือดติดมาเป็นสายเลยก็ได้ และหายใจเหนื่อยหอบ หายใจลำบาก มีการปวดเหมื่อยตามตัว บางรายอาจจะมีอาการคลื่นไส้ ท้องเสียด้วย
ต่อไปเรามาดูความรุนแรงว่าแตกต่างกันยังไง สำหรับความรุนแรงของไข้หวัดธรรรมดานั้น มักจะไม่มีโรคแทรกซ้อนรุนแรง และอาการต่างๆ ก็ไม่ได้รบกวนการใช้ชีวิตประวันมากมากยอะไรนัก และอาการของไข้หวัดธรรมดานั้นจะอยู่ได้ไม่นาน ถ้ามีการดูแลร่างกายดีๆ พักผ่อนให้เพียงพอ ก็จะค่อยๆ หายได้เองภายใน 34 วัน
แต่สำหรับความรุนแรงของโรค Covid19 นั้น อาการที่รุนแรงที่สุดคือ อาการปอดอักเสบจนทำให้เสียชีวิตได้ โดยความรุนแรงของโรคก็มีความแตกต่างกันตามสภาพร่างกายความแข็งแรงของแต่ละคน โดยวัยรุ่นจะมีอาการน้อยกว่าผู้สูงอายุ และผู้ที่เสียชีวิตแล้วเกือบทั้งหมดจะเป็นผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้วซึ่งเป็นโรคเกี่ยวกับปอด หรือโรคหัวใจ
เอาล่ะครับ ต่อไปมาดูการรักษากันว่ามีความแตกต่างกันยังไง ผมขอเริ่มจากการรักษาไข้หวัดธรรมดาก่อนนะครับ คือ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำให้มากๆ พักผ่อนให้เพียงพอ และก็จะมีการใช้ยารักษาตามอาการ เช่น ถ้ามีไข้ก็รับประทานยาลดไข้ มีไอก็รับประทานยาแก้ไอหรือบรรเทาอาการไอ ถ้ามีอาการคัดจมูกหรือมีน้ำมูก ก็รับประทานยาลดน้ำมูก ก็จะทำให้หายเร็วขึ้นได้ด้วย ส่วนการรักษาโรค Covid19 นั้นจะมีขึ้นตอนดังนี้ คือ ถ้าหากมีการตรวจพบว่าผู้ป่วยมีเชื้อไวรัส Covid19 ก็จะมีการให้แยกห้องมารักษาที่มีความดันอากาศในห้องเป็นลบ โดยในโรงพยาบาลศูนย์หรือโรงพยาบาลขนาดใหญ่ก็จะมีห้องแบบนี้อยู่แล้ว ต่อไปคือ ผู้ป่วยจะต้องสวมหน้ากากอนามัย โดยทางแพทย์ก็จะมีการให้ออกซิเจนหรืออาจจะใช้ท่อช่วยหายใจตามความจำเป็นสำหรับการรักษา เป็นต้น และถ้าเป็นผู้ป่วยที่สงสัยว่าจะติดเชื้อ ห้ามเดินทางไปทำงานหรืออยู่ที่บ้าน แต่จะต้องไปเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลทันที และสำหรับที่โรงพยาบาลก็จะต้องมีการกำจัดเชื้อไวรัสที่อยู่ภายในพื้นทีรวมไปถึงตามสถานที่โดยรอบที่มีการตรวจพบเชื้อไวรัสด้วย และทางแพทย์จะต้องมีการรายงานผลการตรวจสำหรับผู้ป่วยทุกรายที่มีการตรวจพบเชื้อไวรัส Covid19 ให้กับกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดด้วย
เมื่อรู้วิธีการรักษาแล้ว ก็มาดูการป้องกันโรค Covid19 บ้างดีกว่านะครับ ซึ่งการป้องกันไข้หวัดธรรมดาก็จะไม่ต่างกันครับ เพราะว่าเกิดจากเชื้อไวรัสเหมือนกัน และไวรัสก็จะแพร่กระจายจากคนสู่คนได้ โดยจากการไอ หรือ จาก หรือ เมื่อมีการสัมผัสสารคัดหลั่งของคนที่ป่วย และการป้องกันก็คือ ควรสวมหน้ากากอนามัย เมื่อต้องเดินทางออกไปนอกบ้าง สาเหตุก็เพราะว่า การสวมหน้ากากอนามัยนั้นจะป้องกันสารคัดหลั่งจากน้ำมูก น้ำลาย และเท่านี้ยังไม่พอ เพราะยังช่วยป้องกันไม่ให้เราเอามือเข้าปากโดยไม่รู้ตัวได้อีกด้วย นอกจากเรื่องของหน้ากากอนามัยแล้ว วิธีป้องกันไวรัส Covid19 ที่ได้ผลดีก็คือ คุณควรหมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ โดยการใช้แอลกอฮอล์ หรือ เจลแอลกอฮอล์สำหรับล้างมือ โดยควรมีปริมาณของแอลกอฮอล์คือ 7075% ขึ้นไปนะครับ แต่ถ้าไม่มีก็สามารถใช้สบู่ธรรมดานี่แหละใช้ล้างมือเพื่อป้องกันเชื้อไวรัสได้เหมือนกันครับ , สำหรับเรื่องการล้างมือก็ผ่านไปแล้ว ต่อไปก็คือ คุณควรหลีกเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในที่ที่มีสภาพที่แออัด และไม่อยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีอาการไอ จาม และไม่ควรนำมือไปสัมผัสกับอวัยวะต่างๆ เช่น ตา จมูก ปาก และนอกจากนี้แล้วก็ไม่ควรใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่นด้วย ไม่ว่าจะเป็น ผ้าเช็ดหน้า หรือแก้วน้ำ เป็นต้น สำหรับเรื่องอาหารการกินก็ควรกินอาการที่ปรุงสุกใหม่ๆ เพราะว่า ไวรัส Covid19 นั้นจะตายอย่างรวดเร็วเมื่อถูกความร้อน คือประมาณ 70องศา เพียง 5 นาที ก็ตายแล้ว
ต่อไป ถ้าหากคุณมีอาการไข้ หรือมีการไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หรือมีการหายใจลำบาก เหนื่อยหอบ ให้คุณรีบไปพบแพทย์ทันที โดยเฉพาะถ้าหากคุณเพิ่งเดินทางจากต่างประเทศที่มีการระบาดของไวรัส Covid19 หลังจากเดินทางมา คุณควรรีบไปพบแพทย์ พร้อมกับแจ้งประวัติการเดินทาง ให้แพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้ทราบ เพราะถ้าหากมีอาการติดเชื้อ และถ้ามีภาวะแทรกซ้อนที่มีอาการรุนแรง อาจจะถึงขั้นเสียชีวิตได้

โรค Covid-19 กับ ไข้หวัดธรรมดา (ต่างกันอย่างไร)

ไข้ในเด็กเล็ก จัดการยังไงดี ลูกเป็นไข้สูง


ไข้ในเด็กเล็ก จัดการยังไงดี ลูกเป็นไข้สูง

นอกจากการดูหัวข้อนี้แล้ว คุณยังสามารถเข้าถึงบทวิจารณ์ดีๆ อื่นๆ อีกมากมายได้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆWiki

Viết một bình luận